HOSPITAL HOTLINE

CALL
:
0 2118 7888
, OR
1719
(LOCAL CALLS)
   

NEWS & MEDIA

NEWS

ข้อเข่าเสื่อมอีกทุกข์ผู้สูงวัย

ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมของผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว สถานการณ์ของโรคข้อเข่าเสื่อมดูเหมือนว่ากำลังทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ปริมาณของผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา
โรคข้อเข่าเสื่อมเกิดจากการใช้งานข้อต่อเนื่องยาวนานจนทำให้กระดูกอ่อนผิวข้อสึกกร่อนผู้ป่วยมีอาการเจ็บปวดข้อขณะเคลื่อนไหว เข่าผิดรูปโก่งงอ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเป็นอย่างมาก และผู้ป่วยส่วนใหญ่ก็คาดหวังที่จะกลับมามีคุณภาพชีวิตดีดังเดิม
รศ.นพ.กีรติ เจริญชลวานิช ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ ที่ปรึกษาอาวุโสศูนย์ผ่าตัดข้อเทียมกรุงเทพไชน่าทาวน์ (Bangkok SMART Joint Center) บอกว่า การรักษาในระยะแรกมีตั้งแต่การใช้ยา การกายภาพบำบัด แต่หากผู้ป่วยมีอาการของโรคที่รุนแรงแล้วการรักษาที่ได้ผลดีคือการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม ซึ่งในปัจจุบันยังมีผู้ป่วยที่รอคอยการรักษาอยู่ในระบบสาธารณสุขอีกเป็นจำนวนมาก
นพ.ณพล สินธุวนิช ผู้อำนวยการศูนย์ผ่าตัดข้อเทียมกรุงเทพไชน่าทาวน์ ให้ข้อมูลว่า คนไข้คนไทยส่วนใหญ่ ร้อยละ 70-80 เป็นข้อเข่า ตามมาด้วยข้อสะโพก ข้อไหล่ ข้อเท้า ข้อศอก มีปริมาณค่อนข้างน้อย ทั้งหมดมาจากการเป็นโรคข้อเสื่อม ว่ากันถึงเรื่องเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆก็จะมุ่งเน้นไปที่ข้อเข่า, ข้อสะโพก
ศูนย์เราจะดูแลทั้งสองอย่าง ปัจจุบันก็จะดูใน 2 เรื่อง นวัตกรรมเทคโนโลยีการผลิตข้อเทียมปัจจุบันมีการใช้โลหะชนิดพิเศษ มีการเคลือบผิวชนิดพิเศษเพื่อเพิ่มความทนทานให้กับอายุการใช้งานข้อเทียม พัฒนาข้อต่อต่างๆในข้อเทียมรุ่นใหม่ๆ มีความพยายามขยายอายุการใช้งานไปให้ถึง 30 ปี ต่างจากข้อเทียมในอดีตที่ใช้กันมา ปัจจุบันที่เป็นมาตรฐานส่วนใหญ่ แต่ละคนอาจจะไม่เท่ากัน แต่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 15-20 ปี โดยมีองค์ประกอบสำคัญก็คือ เทคนิคการผ่าตัด และ การใช้งานของคนไข้ใช้งานหนัก อายุการใช้งานก็อาจจะน้อยกว่านั้น
เรื่องที่สอง...พัฒนาเทคนิคการผ่าตัดใช้เทคโนโลยีนำวิถี เพื่อความแม่นยำในการผ่าตัดมากยิ่งขึ้น ใช้คอมพิวเตอร์ในการช่วยผ่าตัด ของเราใช้คอมพิวเตอร์ขนาดเล็กเป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อติดตั้งกับเครื่องมือผ่าตัดปกติ ช่วยในความแม่นยำในการกำหนดมุมตัดกระดูก ซึ่งก่อนใส่ข้อเทียมต้องกำหนดมุมให้เที่ยงตรงเพราะก่อนใส่ข้อระนาบขาคนไข้ตรง รับน้ำหนักได้สมดุลเท่าเทียมกัน ก็จะเข้ามาช่วยเสริม จริงๆแล้วการเลือกคนไข้เอามาผ่าตัด เทคนิคการผ่าตัดของศัลยแพทย์ยังเป็นหัวใจสำคัญ เครื่องมือไม่ได้เป็นหลักที่ต้องใช้กับคนไข้ทุกราย แต่เลือกใช้กับคนไข้ที่อาจมีความซับซ้อนใช้ความสามารถอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอก็จะถูกเลือกมาใช้
อีกเรื่องที่ต้องพูดถึง การดูแลก่อนและหลังผ่าตัด คุณหมอณพล บอกว่า วันนี้ถือว่าพัฒนาไปมาก ก่อนผ่าก็เป็นการประเมินเกี่ยวกับร่างกายให้มีความปลอดภัยสูงสุด ส่วนหลังผ่าตัดก็ไปมุ่งเน้นการลดความเจ็บปวดหลังผ่าตัด การกายภาพบำบัดที่พัฒนามากขึ้นเพื่อผ่าเช้า เย็นบ่ายก็ลุกเดินยืนขึ้นมาทำกายภาพได้เลย
การผ่าตัด
 เป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการข้อเสื่อมในระยะรุนแรง ส่งผลต่อคนไข้เยอะไม่ว่าอาการเจ็บปวด รบกวนคุณภาพชีวิตอย่างมาก แต่ก่อนหน้านั้นถ้าเป็นไม่มากก็จะปรับทัศนคติกันก่อน น้ำหนักตัวเยอะ ใช้งานหนัก ก็ลด ขั้นต่อมาก็ใช้ยาลดปวด ลดอักเสบในข้อ แล้วก็กายภาพบำบัด ฝังเข็ม ฯลฯ เพื่อลดปวด สุดท้ายถ้ายังมีอาการเยอะ โรคยังพัฒนาไม่หยุดก็ต้องผ่าตัด ทั้งนี้ทั้งนั้นผ่าตัดแล้วก็มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงที่พบได้ ซึ่งการผ่าตัดข้อเทียมก็ไม่ต่างกับทุกการผ่าตัด ก็จะมีเรื่องของการติดเชื้อในข้อเข่า ถัดมา...การใส่วัสดุข้อเหล็กเข้าไปก็จะมีเรื่องของการแตกหัก แตกร้าวของกระดูกเกิดขึ้นได้ แล้วก็เป็นเรื่องของโรคหลอดเลือดดำอุดตัน ตอนผ่าตัดอาจมีการขยับงอเข่ามาก ทำให้เส้นเลือดดำบริเวณขามีโอกาสเกิดเป็นลิ่มเลือดในหลอดเลือดแล้วเกิดอุดตันทำให้ขาบวมมีอาการเหนื่อยได้หลังผ่าตัด แต่ก็พบไม่มาก เพียงแต่มีโอกาสเกิดขึ้นได้
 โรคข้อเสื่อม  เป็นโรคที่เกิดจากการสึกกร่อนของกระดูกอ่อนที่บริเวณผิวข้อ ขาดความราบเรียบ มีความขรุขระ ทำให้เกิดอาการเจ็บ ผิดรูปร่างเดิมไป หน้าที่ของข้อต่อที่เคยขยับได้ดีก็ขยับได้ลดลง มีการติดขัด เจ็บ ไม่สามารถรองรับน้ำหนัก หรือว่าใช้งานในชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ปัจจัยเสี่ยงของโรคนี้ได้แก่ น้ำหนักตัว การแบกหามของที่มีน้ำหนักมากเป็นประจำ หรืออยู่ในท่าที่ต้องนั่งกับพื้น หรือในท่าที่ต้องงอพับเข่ามากๆ ทำให้ข้อเสื่อมได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีอาชีพที่ต้องแบก หาม เช่น ผู้ใช้แรงงาน หรืออาชีพที่ต้องนั่งกับพื้นหรือต้องนั่งยองๆ เป็นเวลานาน และเคยประสบอุบัติเหตุต่อข้อ ตลอดจนโรคบางโรคทำให้ข้อสึกได้ง่าย เช่น โรคเกาต์ โรคไขข้ออักเสบ รูมาตอยด์ อีกทั้งการประสบอุบัติเหตุ นักกีฬาเมื่อได้รับการบาดเจ็บแล้วไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง ก็จะทำให้ข้อสึกเร็วได้
 หลายปัจจัยส่งเสริมทำให้เป็นข้อเสื่อม พันธุกรรมก็มีส่วน ปัจจัยเร่งที่ชัดเจนก็คือน้ำหนักตัว ยิ่งเยอะเท่าไหร่เกินมาตรฐานมากเท่าไหร่ น้ำหนักก็จะถูกส่งถ่ายไปยังข้อต่างๆ ข้อสะโพก ข้อเข่า ก็ยิ่งเร่งให้เป็นเร็ว บางคนอายุไม่มากก็เป็นได้ เรื่องของอายุ เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้...อายุมากขึ้น ข้อใช้งานมานาน เฉลี่ยที่เริ่มเจอ 55-60 ปี เมื่อบวกกับน้ำหนักที่มากขึ้นก็มีโอกาสพบมากขึ้น วันนี้คนไทยมีปัญหาน้ำหนักตัวอ้วนมากขึ้นยิ่งน่าเป็นห่วง สำหรับอาหารการกิน จะส่งผลมากน้อย ต้องบอกว่าถึงวันนี้...ยังไม่มีอาหาร ยา หรือวิตามินเฉพาะที่สามารถกินแล้วป้องกันภาวะความเสื่อมถอยของข้อหรือกินแล้วข้อไม่เสื่อม  อาหารที่กินแล้วไม่ทำให้อ้วนจะช่วยทางอ้อม เพราะไม่ไปเพิ่มน้ำหนักตัว ข้อต่างๆก็ไม่ต้องทำงานมากขึ้น...น้ำหนักตัวถ้าสูงจะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
อโรคยา ปรมาลาภา...ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ เราเท่านั้นที่ทำให้เราแข็งแรง.
 
ข้อมูล: ไทยรัฐออนไลน์